K PROJECT COMMU Halloween Event

posted on 03 Dec 2013 19:17 by aisouno in COMMU

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 photo kk.jpg

 photo b06.jpg

ช่วงปลายเดือนตุลาอย่างนี้ ในเมืองเลยเตรียมตัวเข้าเทศกาลฮาโลวีนกันใหญ่เลยล่ะ น่าเสียดายที่นารุซังไม่อยากแต่งร้าน แต่อยากทำอาหารรับเทศกาลแทน ไข่เจียวใส่หมึกปลาหมึกก็รสชาติไม่เลวนะ

มีคนมาแจกคุ้กกี้รับฮาโลวีน ฉันเลยรับคุ้กกี้มัมมี่ไปกินชิ้นหนึ่ง ปรากฏว่ากลัวทิษซู่ไปจนหมดเดือนเลย ทาเครุยังสงสัยเลยว่าทำไมฉันถึงใช้ให้เขาเก็บทิษซู่เข้าตู้เก็บของจนหมดบ้าน และจู่ๆถึงไปหอบเศษผ้าจากร้านตัดเสื้อ มากองไว้ในห้องแล้วมาพันตัวเอง แต่ช่วยไม่ได้นี่น่า เวลาเศษผ้าพวกนี้พันตัวมันรู้สึกดีสุดๆไปเลย เลยอดไม่ได้จริงๆที่เวลาแต่งตัวจะเอาเศษผ้าพันตัวไว้ก่อนสวมเสื้อทับ อา รู้สึกดีจริงๆ

แม้หลังหมดเดือนฉันจะเอาพวกมันไปทิ้งทันทีก็เถอะ

มีคนบอกว่าแคลนทองเป็นคนทำคุ้กกี้นั้น ฉันเลยเก็ตทันที มิน่าทุกคนถึงดูแปลกๆไป

ฉันกะจะไปแกล้งนานากิซังซะหน่อย แต่ดันโดนอีกฝ่ายแกล้งซะงั้น กรรมตามสนองสินะเนี่ย

จริงสิ มีข่าวลือเรื่องบ้านผีสิงที่ปรากฏบนที่รกร้างยามค่ำคืนด้วยล่ะ อา รับเทศกาลดีจริงๆ

ฉันอยากไปมากๆ เรื่องลึกลับสยองขวัญนี่ฉันชอบอยู่แล้ว น่าตื่นเต้นจะตาย แต่ติดที่ว่า..

ฉันกลัวเลยไม่กล้าไปคนเดียว

จะชวนทาเครุก็ได้ แต่พรุ่งนี้เขาติดสอบ และที่สำคัญถ้าเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ฉันคง....

ช่วยไม่ได้ ไปชวนคนอื่นล่ะกัน

ฉันลองไปชวนคนรู้จักหลายคนดู แต่ถ้าไม่สนใจก็ไปมาแล้วทั้งนั้น ฉันเลยไม่รู้ว่าจะชวนใครดี

ฉันไม่กล้าไปชวนเอ็นยะซัง เพราะเขาต้องห้ามแน่ๆ เขาเป็นห่วงฉันมาก แต่สักวันก็อยากให้เขารู้เหมือนกันว่าฉันไม่ใช่หญิงสาวอ่อนแอ ที่ได้แต่หลบหลังคนอื่น

ฉันไม่อย่าชวนคันนะ กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปขึ้นมา ฉันคงรู้สึกผิดมาก ที่สำคัญฉันไม่ได้เจอเธอมาหลายวันแล้ว

นารุซังก็ไปบ้านผีสิงนั้นมาเหมือนกัน ทั้งๆที่บอกว่าไม่อยากไปแท้ๆ แต่เพราะแมวสุดที่รักของเขาวิ่งหายเข้าไปในนั้น เขาเลยต้องยกคนไปบุกบ้านผีสิงนั้น

อันที่จริง กับแค่หาแมวถึงกับต้องพาคนระดับบิ๊กไปด้วยเลยเหรอ

ฉันไม่ได้ห่วงความปลอดภัยของพวกเขาหรอกนะ แต่คิดว่าแมวหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นน่ะ หายไปก็ไม่เป็นไรหรอกน่า

แต่พอคิดดูอีกที แบบนั้นคงใจร้ายกับคนที่แมวเคยหายไปแล้วไม่กลับมาเกินไปฮ่ะ เอาเป็นว่าขออวยพรให้มันไม่หายไป หรือโดนคุณนอสกินไปก่อนล่ะกันนะค่ะ

นานากิซังไม่ยอมบอกว่าไปเจออะไรมาบ้าง ท่าทางเหมือนไม่อยากพูดถึงด้วยช้ำ แต่นั้นทำให้ฉันอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

ในที่สุดฉันก็ได้คู่หู

แคทเธอรี คาซึกิ นักเรียนฝั่งม.ปลายของอาชินากะ เป็นเด็กสาวลูกครึ่ง ที่ขี้กลัว แต่ก็น่ารักมาก

นี่ฉันทำถูกรึเปล่านะ

ฉันไม่กล้าพาคันนะที่เป็นสเตรนไป เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นอันตราย แต่ฉันกำลังจะพาเด็กสาวธรรมดาๆที่อายุแค่ 16 ไปสถานที่อันตราย

แต่ในเมื่อมาถึงแล้วก็ถอยไม่ได้แล้วสินะ

หลังจากที่เข้าไปแล้วจู่ๆ PDAกับไฟฉายก็ดับ ทั้งๆที่เพิ่งเปลี่ยนถ่านกับซาร์ตแบตจนเต็มแล้วนะ

แต่คาซึกิจังกลัวขนาดนั้นจะพูดความจริงออกไปได้ยังไง

ประตูและหน้าต่างที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเพราะสนิมเกาะจนผัง กลิ่นอับ และข้าวของที่ฝุ่นจับและผุพัง ทำให้ได้บรรยากาศจริงๆ

จู่ๆนาฬิกาโบราณก็ตีจนครบสิบสองครั้งแล้วก็มีรูปปั้นปีศาจออกมา คาซึกิกลัวจนวิ่งไม่คิดชีวิต

โชคดีที่กรอบรูปตกลงมาลงตรงหน้าเธอพอดีไม่งั้นคงได้หลงกันแน่

ฉันกอดเธอไว้แน่น พยายามปลอบเธอแม้จะเห็นเงาดำผ่านไปแต่ฉันต้องเข้มแข็งสินะ

เมื่อเดินไปสักพักที่แท้เงาดำนั้นก็คือแมวสีดำตัวอ้วนตัวหนึ่ง แต่คาซึกิบอกว่ามันไม่ปกติที่มาอยู่ที่นี้ แต่พอหันไปอีกทีก็หายไปแล้ว ไม่ปกติจริงๆ

ระหว่างที่กำลังขึ้นบันได  ฉันก็ได้ยินเสียงน้ำไหลจากห้องน้ำ  พอหันไปฉันก็รู้สึกว่าไม่น่าหันไปเลย

มีน้ำไหลออกมาจากห้องน้ำนั้นพร้อมกับเรือนผมสีดำสลายราวกับปีศาจ

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด !!!!!!!!!!!!!!!!!” ฉันรีบดึงคาซึกิจังหนีขึ้นไปชั้นสองไม่คิดชีวิต แต่ก็ต้องผละเมื่อเห็นร่างขาวๆลอยไปมาอยู่หน้าห้องที่ประตูเต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง

“แงงงงงงงง” คาซึกิวิ่งทะลุร่างขาวๆนั้นไป ไม่ทันที่ฉันจะวิ่งตามไป ประตูห้องที่พิงก็ล้มลงไปโครม กลิ่นคาวเลือดฉุนจมูกจนอยากอาเจียน

และเมื่อฉันลุกขึ้นมา สิ่งที่เห็นคือสิ่งที่ฉันหวาดกลัวที่สุดในชีวิต

 ร่างของน้องชายที่แน่นิ่งจมกองเลือด

“ทาเครุ!!!!!”

 

“หนูอยากได้น้อง”

วัยเด็กฉันกล่าวความปรารถนานี้กับคุณพ่อคุณแม่นับครั้งไม่ถ้วน และทุกครั้งพวกท่านจะมีท่าทางที่ดูลำบากใจ

และในที่สุดฉันก็สมหวัง

เมื่อ 8 ปีก่อน ในวันที่หิมะตก

ในขณะที่ฉันกำลังรอทานข้าวเย็นกับคุณพ่อและคุณแม่อยู่คนเดียว เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายแปลกหน้า คำพูดของเขาทำให้โลกใบเดิมของฉันพังทลาย

คุณแม่ฆ่าคุณพ่อกับเมียน้อย และก็ฆ่าตัวตายตาม

เรื่องที่คุณพ่อเป็นคนเจ้าชู้ ฉันพอจะรู้อยู่บ้าง แต่ฉันไม่นึกมาก่อนว่าจะถึงขนาดที่ว่าจะไปมีภรรยาลับ และคุณแม่ที่แสนอ่อนโยนจะทำเรื่องแบบนั้น

ความโกรธมันระเบิดออกมาหมดแล้วสินะ

พอรู้ว่าคนที่รับสายเป็นเด็ก และที่บ้านไม่มีใครอื่นก็ตกใจมาก ตำรวจคนนั้นพยายามปลอบให้ฉันใจเย็นๆและโทรไปหาญาติ แต่ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

ฉันรีบวางสายแล้วออกไปโบกรถแท็กซี่ ไปยังที่เกิดเหตุ มีคนมามุงดูกันเป็นจำนวนมาก แต่ฉันก็ฝืนเข้าไปจนได้

ไม่มีศพ มีแต่รอยเลือดกับเส้นสีขาวรูปคนบนพื้น ตำรวจคนหนึ่งโวยวายที่ฉันฝ่าแนวกั้นเข้ามา แต่พอรู้ว่าฉันเป็นลูกผู้ตายก็สงสารก่อนจะพาไปส่งโรงบาล

ที่นั้นฉันได้เจอเด็กชายคนหนึ่ง

เด็กชายที่อายุเพียง 7 ขวบ ผมสีดำ ตาสีเขียวดูไร้จิตใจ ตำรวจหญิงคนหนึ่งกำลังห้ามไม่ให้ตำรวจชายอีกคนสอบถามเรื่องราวจากเขาที่เอาแต่นิ่งเงียบอยู่

น้องชายของฉัน

จากปากของเขา  แม่ของเขาไม่เคยรู้เลยว่าคุณพ่อแต่งงานแล้ว จึงคบกับคุณพ่อและแต่งงานกัน จนมีเขาออกมา พวกเขาอยู่กันอย่างมีความสุข ก่อนที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้น

คุณแม่ดูเหมือนจะดื่มไปมาก พอเห็นพ่ออยู่กับผู้หญิงคนอื่น ก็เลยสติแตกยิงสองคนนั้นจนตาย

เรื่องนี้เป้นความผิดของใครกัน

เป็นความผิดของคุณพ่อ!

ถาคุณพ่อรักและซื่อสัตย์กับคุณพ่อคนเดียว คุณแม่จะโมโหจนฆ่าคนตายแบบนี้เหรอ!

ถ้าคุณพ่อไม่ไปหลอกลวงผู้หญิงคนนั้น เธอจะพบกับจุดจบแบบนี้เหรอ!

ถ้าคุณพ่อไม่ไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้น เด็กคนนี้จะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อยแบบนี้เหรอ

แต่ถ้าคุณแม่ใจเย็นกว่านี้ เด็กคนนี้ก็คงจะไม่กลายเป็นเด็กกำพร้าแบบนี้

ชดใช้ไม่หมด

บาปที่ครอบครัวพี่ทำกับเธอ ไม่ว่ายังไงก็ชดใช้ไม่หมด

น้องชายของฉัน ไม่ว่ายังไงพี่จะปกป้องเธอ

หวังเพียงว่าจะสามารถชดใช้ความผิดบาปนี้ สักนิดก็ยังดี

 

ฉันวิ่งเข้าไปพยุงร่างที่จมกองเลือด หากแต่ไม่ว่าจะกรีดร้องเท่านั้นก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ไร้สัญญาณของชีวิต

ฉันกรีดร้องร้องไห้อยู่อย่างนั้น หลังพยายามผายปอดและปั้มหัวใจอยู่นานแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ ร่างที่อยุ่ตรงหน้าจากไปแล้วจริงๆ

ฉันภาวนาถึงคุณพ่อคุณแม่ คุณย่าแล้วก็ผ็หญิงคนนั้นได้โปรดอย่าพาน้องชายของฉัน ครอบครัวเพียงคนเดียวของฉันจากไปเลย ฉันกลัว ฉันกลัว

‘หากุณคิดว่ามันไม่น่ากลัวก็จะไม่กลัวครับ’ เสียงกระซิบอ่อนโยนดังก้องในหู ทำให้ฉันได้สติ ก่อนจะพิจารราร่างตรงหน้าดูดีๆ

“เพราะอะไรเลือดยังไม่แห้งแท้ๆ แต่ร่างกลับเย็นและแข็งแบบนี้ล่ะ”  ฉันยิ้มให้ศพอย่างเยือกเย็น

“นี่ไม่ใช่ทาเครุ ไม่ใช่ศพ เป็นแค่ภาพลวงตาจากความกลัวของฉันใช่ไหม” ร่างนั้นยิ้มตอบบางๆ

“ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้วล่ะ และทาเครุก็ไม่มีทางเจอเรื่องแบบนี้ เพราะฉันจะปกป้องเขาเอง ดังนั้น ล่าก่อนนะ” ฉันเดินออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนก้อนหินในอกถูกเอาออกไป คาซึกิจังออกมารออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อหันกลับไป บ้านร้างนั้นก็กลับเป็นที่รกร้าง เหมือนเดิม แต่มีตุ๊กตาหน้าตาน่ากลัววางอยู่ แน่นอนว่าพวกเราไม่เก็บมันกลับไป

เมื่อกลับถึงบ้านฉันก็เจอทาเครุที่นอนหลับทั้งที่กำลังอ่านหนังสือที่ห้งอรับแขกก ฉันจึงได้แต่เอาผ้าห่มมาห่มให้ คงจะรอฉันจนหลับไปสินะ

และช่วงเวลาสยองขวัญก็เริ่มต้นขึ้น ตุ๊กตานั้นไล่ตามหลอกหลอนฉัน จนฉันต้องวิ่งไปทั่วเมืองเหมือนคนบ้า เพราะไม่มีใครมองเห็นมัน หนำช้ำ มันชอบโผล่มาตอนฉันทำงานพิเศษจนถูกหักเงินเดือน โชคดีเหลือเกินที่พอหมดเดือนมันก็หายไป

เข็ดแล้วกับบ้านผีสิง ฉันไม่ไปอีกแล้ว!!!

 

edit @ 7 Dec 2013 16:09:09 by Aisouno

Comment

Comment:

Tweet