Assassin's Love (I) [Yaoi]

posted on 22 Sep 2013 14:14 by aisouno in Fiction
       I ท่านหญิง องครักษ์ และนักฆ่า
 

        เคร้ง

        เสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน ในค่ำคืนที่เงียบสงัดเช่นนี้ กลับมีเงาดำสองร่างเคลื่อนไหวไปมาราวร่ายรำท่ามกลางแอ่งน้ำสีดำที่มีก้อนสีดำขนาดใหญ่รายล้อม เงาหนึ่งเหยียบก้อนเหล่านั้นต่างแท่นกระโดดถีบตัวเข้าหาอีกฝ่ายที่การเคลื่อนไหวติดขัดลงเรื่อยๆ ราวกับไม่อาจเคลื่อนไหวตามจังหวะของอีกฝ่ายได้ทัน ทุกครั้งที่สองร่างเข้าหากัน จะเกิดเสียงโลหะกระทบดังกังวานราวบรรเลงบทเพลง

       พอเมฆเคลื่อนผ่านจันทร์ครึ่งเสี้ยวไป เผยให้เห็นคนสองคนที่กำลังต่อสู้กัน ร่างหนึ่งในชุดทหารองครักษ์ ถือดาบฟาดฟันใส่ผู้สวมชุดรัดรูปสีดำ พร้อมผ้าโพกหัวสีดำที่ปกปิดใบหน้าจนโผล่มาแค่ดวงตาคมเฉียบสีดำเย็บเยียบราวทุ่งน้ำแข็ง ที่แสดงจิตสังหารรุนแรงเสียจนแทบยืนไม่อยู่ ในมือมีเพียงมีดสั้นสองเล่มเท่านั้น แต่กลับแสดงความเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ที่รายล้อมคือศพทหารองครักษ์ที่นอนจมกองเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งเสียจนทหารองครักษ์รู้สึกอยากอาเจียน

       ชายในชุดดำเหมือนอ่านใจได้ จึงกวาดขาเตะท้องอีกฝ่ายอย่างแรงจนตัวงอเป็นกุ้ง รู้สึกถึงสิ่งที่ไหลย้อนมาจุกในลำคอ ก่อนล้มลงอาเจียนอย่างน่าสมเพช ดาบถูกเตะออกไปไกล

       ชายในชุดดำเดินเข้ามาหาเขาช้าๆราวมัจจุราช มือหยาบกร้านกระซากผมอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างรุนแรง

       "เจ้าหมูตอนนั้นหนีไปไหน"  แม้เสียงนั้นเรียบเฉยไร้อารมณ์ แต่แฝงความอำมหิต มีดสั้นที่อาบเลือดจ่อลำคอ

        "แค่ก ข้าไม่มีวันบอกนักฆ่าสารเลวอย่างเจ้า!" องครักษ์หนุ่มตวาดลั่น มีดกดลึกขึ้นจนรู้สึกได้ถึงเลือดอุ่นๆที่ไหลออกมา

        "ชีวิตเจ้าหรือเจ้าหมูตอนนั้น เจ้าเลือกเอง" น้ำเสียงของนักฆ่าเย็นยะเยือก บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ลังเลที่จะฆ่าทิ้งหากเขาไม่ยอมบอก

         แต่ว่า

         "องครักษ์อย่างข้าให้ตายก็ต้องปกป้องเจ้านาย!" สิ้นคำ ลำคอถูกปาดจนเกือบขาดออกจากกัน น้ำสีแดงกลิ่นสนิมเหล็กพวยพุ่งเปอะเต็มหน้านักฆ่า ทว่าเจ้าตัวกลับไม่สนใจ มองศพองครักษ์ที่ยังเบิกตาโพรงราวกับมองมาที่เขาด้วยสายตาเฉยชา ก่อนจะเดินสำรวจรอบๆ แล้วกระโดดขึ้นหลังคา จนไปถึงยดต้นไม้ใหญ่

        ดวงตาสีดำสนิทกวาดมองทั่วประหนึ่งอินทรีมองหาเหยื่อ ก่อนจะเห็นร่างเตี้ยอ้วนวิ่งอยู่ไกลออกไป กับองครักษ์อีกสองสามคน แววตาฉายความอำมหิตก่อนกระโดดไล่ตามไป

         ร่างสีดำกระโดดข้ามกิ่งไม้แต่ละต้นอย่างปราดเปรียวราวไร้น้ำหนัก ประดุจเสือดำที่ออกล่ายามค่ำคืน องครักษ์สองคนล้มลงโดยไม่ทันรู้ตัวว่าลำคอมีมีดสั้นปักอยู่ตั้งแต่เมื่อไร องครักษ์คนสุดท้ายชักดาบออกมาครึ่งเดียวก็ถูกปาดคอจนเลือดพุ่งราวกับน้ำพุ ชายร่างอ้วนทรุดลงกับพื้น เหงื่อแตกพลั่น เป้ากางเกงผ้าไหมเปียกโชก พยายามตะเกียกตะกายคลานหนีด้วยแขนขาที่สั่นสะท้าน

        ตุบ

        ร่างเตี้ยอ้วน ล้มฟุบลงกับพื้น เสื้อผ้าหรูหราเนื้อดีที่เปรอะเปื้อนเลือดบ่งบอกถึงฐานะ ลำคอถูกปาดแยกจนเกือบขาดออกจากกัน โลหิตไหลนองเต็มพื้นหญ้า กลิ่นสนิมชวนอาเจียนคละคลุ้งไปทั่ว ดวงตาเบิกโพรงแสดงความหวาดกลัวก่อนตายชัดเจน มองไปที่ร่างสูงโปร่งในชุดรัดรูปดำ ที่หันหน้าให้กับดวงจันทร์

       คนผู้นั้นเช็ดมีดสั้นที่อาบเลือดอย่างเฉยชา ก่อนจะปราดตาอย่างดุร้ายแล้วปามันนั้นไปยังมุมมืด

       "โว้ๆ อันตรายๆ เกือบโดนแล้วไหมล่ะ เหลิงหู่เกอเกอ" ชายหนุ่มในชุดรัดรูปสีดำอีกคนหนึ่งเดินออกมาจากพุ่มไม้ ในมือควงมีดสั้นที่เกือบเอาชีวิตตนเมื่อครู่ ด้วยท่าทางสบายใจ ดวงตาสีดำฉายแววซุกซน เมื่อเขาดึงผ้าปิดปากสีดำออก ก็เปิดให้เห็นใบหน้าดูดี ประดับรอยยิ้มขี้เล่น ท่าทางน่าคบหา

       ทว่า

       มีแต่พวกทำงานในโลกมืดเท่านั้นที่แต่งตัวแบบนี้

      "มีอะไร เฉิน" ชายชุดดำพูดเสียงเย็นชา ก่อนดึงผ้าปิดปากลงเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ทว่าเย็นชาราวภูเขาน้ำแข็งแดนเหนือ ดวงตาสีดำเฉียบคมเลือดเย็น ผมสีดำสนิท ดาบและมีดสั้นอีกสองเล่มที่เหน็บอยู่ที่เอวของเขาก็เป็นสีดำ ไม่ต่างอะไรกับมัจจุราช

       "มีงานใหม่เข้ามา คราวนี้เขาจงเจาะมาเลยว่า 'นักฆ่าอันดับหนึ่งของตระกูลเฮียวเทย์' แย่จัง มีแต่คนอยากจ้างพี่ ทำเอาข้าแทบไม่มีเงินพอไปหาสาวๆของข้าที่หอบัวแดงเลย" เฉินทำหน้าน้อยเนื้อต่ำใจเกินเหตุ จนเหลิงหู่ปามีดสั้นใส่คนกวนบาทาอีกรอบ ทำเอาเจ้าตัวเกือบหลบไม่ทัน โวยวายดังลั่น

       "เหลิงหู่เกอเกอ! ทำแบบนี้ได้ไง ถ้าหน้าหล่อๆของข้าเสียโฉมขึ้นมา สาวๆก็เมินหน้าหนีข้าหมดสิ!"

       เหลิงหู่ส่งสายตาเย็นยะเยียบ ทำให้เฉินรีบหุบปากทันควัน

       “ครับๆ นี่รายละเอียดงานกับเหยื่อคราวนี้ เกอเกอดูแล้วตัดสินใจเองล่ะกัน ว่าจะรับหรือไม่รับ” เฉินส่งซองจดหมายสีดำให้ชายหนุ่ม ผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง เหลิงหู่รับซองจดหมายนั้นมาฉีก แล้วหยิบภาพเหมือนของเหยื่อขึ้นมา ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อย

       “เด็ก..ผู้หญิง?”

       “ใช่แล้ว ทำไมล่ะเหลิงหู่เกอเกอ รึว่าพอเห็นว่าเป็นเด็กเลยสงสารไม่รับงานล่ะ”

       “เด็กมาก ดูแล้วน่าจะอายุแค่สิบสามสิบสี่เท่านั้น แบบนี้ไม่ว่าจ้างใครไปก็จัดการได้สบายๆอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเจาะจงจ้างนักฆ่าเก่งๆ” เขาไม่ได้หลงตัวเอง แต่ตระกูลของเขาเป็นที่รู้จักกันดีในโลกมืด และนักฆ่าตระกูลเขาล้วนแต่เป็นยอดฝีมือทั้งนั้น และมีค่าจ้างสูงลิบ แต่นายจ้างกลับยอมจ่ายค่าจ้างแพงๆ เพื่อฆ่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เหยื่อที่จัดการได้ง่ายๆแบบนี้เขาไม่อยากรับให้เสียเวลา ที่ยอมรับงานนี้ก็เพราะได้ยินว่า องครักษ์ของขุนนางหมูตอนนี้เก่งมาก แต่ก็เหมือนรายก่อนๆ องค์รักษ์ที่ว่าเก่งหนักหนา สุดท้ายก็แพ้เขาหมดท่า และจบชีวิตภายใต้คมมีดของเขา

       รู้ว่าสู้ไม่ได้ แทนที่จะหนี กลับยอมตายเพื่อถ่วงเวลาให้เจ้านายหนีไป ทั้งๆที่เหยื่อนั้นไม่สามารถรอดพ้นคมมีดเขาไปได้อยู่ดี พวกองค์รักษ์มีดีแต่ฝีมือ ทว่าไร้สมองกันทั้งนั้น เป็นสิ่งมีชีวิตน่าเบื่อ ที่สมควรถูกฆ่ามากที่สุดแท้ๆ

       "ก็เพราะเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาไง เหลิงหู่เกอเกอ ถึงต้องมาจ้างนักฆ่าที่เก่งที่สุดมาจัดการ" เหลิงหู่เลิกคิ้วอย่างสงสัย ในขณะที่ลูกพี่ลูกน้อง เลียริมฝีปาก เอ่ยชื่อเหยื่อช้าๆ

       "ที่ปรึกษาราชการส่วนพระองค์ฝ่ายซ้ายของมหาราชเฮลิออส หัวหน้าหน่วยสืบสวนพิเศษ ว่าที่ผู้นำสองตระกูล  น้องสาวบุญธรรมของ พระราชินีเหลียนเย่แห่งเดย์ทอน น้องสาวร่วมสาบานของ จักรพรรดิไป๋เหลียนชิงแห่งจงเย่ ดัชเชสที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาตร์ ท่านหญิงที่หนึ่งของทวีปตะวันตก ดัชเชสไอโซโนะ โอนิ แห่งเดย์ทอน"

       "โอนิ!!!" เสียงดังกัมปนาทดังฟ้าจะถล่ม ทำเอาข้าราชบริพารแถวนั้นสะดุ้งโหยง ทำของตกพื้นไปตามๆกัน ก่อนจะหันมามองต้นเสียง แล้วถอนหายใจเก็บของของตนเงียบๆ อย่างปลงอนิจจัง

       ชายชราอายุราวๆแปดสิบ ทว่ากลับยังดูคล่องแคล่วปราดเปรียว  ผมสีดอกเลายาวที่ถูกรวบมัดไว้ด้วยเชือกสีแดง สะบัดยามที่ดวงตาสีดำฉายแววขุ่นเคืองกวาดมองไปทั่วราวหาบางสิ่ง เสียงกัดฟันกรอด ดังรอไรฟัน ชุดขุนนางสีม่วงบ่งบอกว่ามีศักดิ์เป็นถึงดยุค ฝีเท้ารวดเร็วและกระแทกพื้นไปตลอดทางแสดงถึงอารมณ์ที่โมโหสุดๆ ทำให้ขุนนาง ข้าราชบริพารแถวนั้นเลือกจะหลบ เปิดทางให้เขา พร้อมทำตัวให้เลียบเล็กที่สุด เพื่อไม่ให้เข้าตามังกรที่กำลังพิโรธ 

       "นี่เจ้าน่ะ!! เห็นเหลนสาวตัวแสบของข้ารึเปล่า!!"

       ทหารยามโชคร้ายรายหนึ่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ขาอ่อนจนแทบจะลงไปกองกับพื้น ตอบด้วยเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ ในความซวยของตัวเอง

       "ขะ ข้าไม่เห็นขอรับ ฮือ"

       "แล้วเจ้าล่ะ!!" นางกำนัลที่เดินผ่านมาคนหนึ่งตกใจจน เกือบทำตะกร้าผ้าตกพื้น ตอบรวนจนลิ้นแทบพัน "ขะ ข้าเหมือนจะเห็นท่านหญิงที่หนึ่ง 'ดื่มชา' อยู่ที่ลานฝึกของพวกอัศวินราชองค์รักษ์หน่วยที่สามเจ้าค่ะ"

       "ดื่มชาบ้านเจ้าสิ!! ถ้าเกิดวันไหนเด็กนั้นนั่งดื่มชา ชมดอกไม้ เหมือนผู้หญิงทั่วไป แทนที่จะไปประลองดาบ ประลองเวท ขี่ม้าขึ้นมา ข้าต้องรีบพานางไปให้ หมอหลวงรักษาแล้ว!!" ขุนนางชราตวาด ก่อนจะตรงดิ่งไปที่ลานฝึกทหารองค์รักษ์หน่วยที่สาม

       เคร้ง

       เสียงโลหะกระทบต่อเนื่องราวเสียงดนตรี โดยเวทีคือวงกลมสีขาว ณ ลานฝึกซ้อมทหารองค์รักษ์ สาวน้อยคนหนึ่งในชุดขุนนางผู้ชายสีม่วงกำลังฟาดฟันดาบรุกใส่คู่ต่อสู้อย่างพริ้วไหวราวร่ายรำทว่าดุดัน ต่อเนื่อง จนอัศวินราชองค์รักษ์หนุ่มถอยร่นอย่างหนัก ได้แต่เป็นฝ่ายตั้งรับ สุดท้ายดาบของอัศวินราชองครักษ์คนนั้นก็กระเด็นลอยไปปักพื้นนอกสนามวงกลม

       อัศวินราชองค์รักษ์คนนั้นยืนบื้อมองมือที่ว่างเปล่าของตนเองสักพัก ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วเอ่ยอย่างท้อใจ "ข้าแพ้ท่านแล้ว"

       เด็กสาวยิ้มสดใส ราวสายน้ำกลางพงไพร ตากลมโตสีฟ้าน้ำทะเลเป็นประกายสุกใส  ผมสีน้ำตาลตัดสั้นให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา ใบหน้าแม้ไม่ได้สวยสดงดงามเลอเลิศ ทว่าก็น่ารักชวนเอ็นดูไม่น้อย  ประกาศเสียงก้อง

       "ใครจะมาประลองกับข้าต่อบ้าง!"

       อัศวินราชองค์รักษ์หน่วยที่สามทุกคนมองพื้น มองเพื่อน มองฟ้า มองเสา มองธง มองกองอาวุธ มองทุกอย่างที่ไม่ใช่เด็กสาวผู้เอาชนะอัศวินราชองค์รักษ์ไปสิบคนรวด

       "อะไรกัน พวกเจ้านี่ปอดแหกจริงๆ ข้าเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเองแท้ๆนะ" เด็กสาวหัวเราะคิกคัก ในขณะที่เหล่าอัศวินราชองครักษ์มองเธอ ด้วยสายตาเอ็นดูปนเหนื่อยใจ

       "ช่างเถอะ ไม่รังแกพวกเจ้าแล้ว เดี๋ยวหัวหน้าพวกเจ้ามาเห็นว่าข้ารังแกพวกเจ้า คงบ่นข้าหูชาแหง กลับกันเถอะ เคนชิน" เด็กสาวหันไปทางชายหนุ่มที่ยืนเงียบๆอยู่นอกสนาม

       เขาเป็นชาวหนุ่มรูปร่างผอมบางเมื่อเทียบกับส่วนสูง ผิวสีเหลืองบ่งบอกสายเลือดตะวันออก ผมสีแดงราวเปลวเพลิง ดวงตาสีดำราวรัตติกาล ใบหน้าหล่อเหลาค่อนไปทางหวานเรียบเฉยราวไร้ความรู้สึก ไม่ต่างอะไรจากหุ่นกระบอก  ที่แก้มช้ายมีแผลเป็นจางๆลากยาวอยู่  เขาพยักหน้า ก่อนจะเดินถือผ้าเย็นกับกระบอกน้ำยื่นให้

       "ขอบคุณ" เด็ก