Assassin's Love (IV) [Yaoi]

posted on 06 Mar 2014 12:27 by aisouno in Fiction

IV ความวุ่นวายในพิธีเปิด

แสงจันทร์เพ็ญแรกของฤดูใบไม้ผลิส่องสว่างเจิดจ้า เสียจนแม้กระทั่งแสงไฟจากงานเทศกาลที่กำลังจะเริ่มขึ้นไม่อาจเทียบติด เสียงครึกครื้นในงานเทศกาลทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นเงาสองร่างที่อยู่บนหลังคา

เหลิงหู่กวาดตามองฝูงชนในนั้นมีนักผจญภัยฝีมือดีหลายคน รวมถึงทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบปะปนกันอยู่มาก การหนีจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  มหาราชเฮลิออสจะเปิดงานในตอนที่ดวงจันทร์ขึ้นสูงสุด นั้นเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่เหยื่อของเขาเป็นถึงขุนนางชั้นสูง นอกจากองครักษ์ส่วนตัวแล้วยังมีอัศวินราชองครักษ์หลายคนคอยคุ้มกันอยู่แน่ ช้ำล้วนแต่เป็นอัศวินชั้นสูงอย่างต่ำต้องขั้นชิลเวอร์ ถ้าโดนจับได้ไม่ตายดีแน่ 

เหลิงหู่กระซับอาวุธคู่กายในมือแน่น มีดสั้นขนาดเท่ามีดตัดจดหมาย  ด้ามจับเป็นสีดำสนิทไม่สะท้อนแสง ใบมีดงอโค้ง สีดำส่องประกายราวท้องฟ้าคืนแรม สลักอักษรโบราณสีทอง คมที่ทำจากเพชรทำให้ตัดได้แม้กระทั่งเหล็กหรือหินผา หนำช้ำยังเปลี่ยนสภาพกลายเป็นดาบยามอักษรโบราณเรืองแสง ไม่นับการที่มันลอยกลับมาหาเจ้าของได้อีก จะเรียกว่าธรรมดาก็ถือว่าผิดมหันต์ ที่เอวยังมีมีดสั้นธรรมดาอีกนับสิบ เตรียมพร้อมดื่มโลหิตผู้เคราะห์ร้าย

เหลิงหู่หันไปทำสัญญาณให้ลูกพี่ลูกน้องก่อนจะสวมหน้ากากจิ้งจอกสีเงิน ที่มาของฉายาก่อนจะแยกย้ายกันกระโดดไปตามหลังคามุ่งหน้าไปที่พระราชวัง

 

“จะไปจริงๆหรือ” เคนชินอดถามออกไปไม่ได้ขณะมองเด็กสาวที่ทำผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

 “แน่นอน ข้าเป็นถึง ‘ท่านหญิงอันดับหนึ่งแห่งทวีปตะวันตก’ เชียวนะ ถ้าไม่ไปพวกคนที่มารอดูข้าก็ผิดหวังแย่สิ” เด็กสาวหัวเราะเบาๆ ขณะติดเครื่องประดับผมอย่างเพลิดเพลิน

“เจ้าก็รู้ว่า ผู้ชายคนนั้น..”

“เขาบอกไม่ให้เราไปดูพิธีเปิด นั้นหมายความว่าในพิธีเปิดต้องเกิดเรื่องแน่ เขาอาจจะเป็นนักฆ่าที่ถูกจ้างมา หรือไม่ก็คนที่รู้เรื่องนี้ดี เพราะฉะนั้นข้าถึงยิ่งต้องไป”

“ข้าไม่เข้าใจ”

“ในฐานะขุนนางชั้นสูงการหนีหน้าที่ของตนเพราะกลัวความตายนั้นใช่ที่ และต่อให้เป้าหมายเป็นข้าเอง ข้าก็ไม่กลัว เพราะ” เด็กสาวหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าจะปกป้องข้าใช่ไหม”

เคนชินนึกถึงคำสาบานที่เขาไว้ให้กับเธอในวันนั้น แล้วพยักหน้า เด็กสาวคลี่ยิ้มกว้าง

“วางใจเถอะน่า ข้าไม่ใช่พวกคุณหนูอ่อนแอ เจ้าก็รู้ฝีมือข้านี่ ข้าดูแลตัวเองได้ ไม่ถึงขั้นให้เจ้าต้องฆ่าใครหรอก”

เคนชินนิ่งไปอยู่นานก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ “เจ้าจะบอกพวกเขารึเปล่า”

เด็กสาวเบิกตากว้างเล็กน้อยแบบไม่คาดฝันกับคำถามก่อนจะตอบอย่างร่าเริง “ไม่บอกหรอกน่า ถึงอาจเป็นเบาะแสสำคัญมากก็เถอะ พวกเราอาจจะคิดมากไปเองก็ได้ แล้วข้ารู้สึกถูกชะตาพี่ชายคนนั้นอยู่ไม่น้อย เขาอุตสาห์ช่วยเจ้า แถมเตือนพวกเราด้วย ถ้าทำให้เขาเดือดร้อน ข้าคงรู้สึกไม่ดีเท่าไร เจ้าก็เหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

แม้จะรู้สึกไม่ควร แต่เคนชินก็ปฏิเสธไม่ได้

อาจเพราะเป็นชายคนนั้นเป็นชาวตะวันออกเหมือนเขา ทำให้เขารู้สึก โหยหา

แม้คุณหนูกับคนในตระกูลจะมีเชื้อสายตะวันออก แต่พวกเขาล้วนแต่เกิดและเติบโตมาในทวีปตะวันตก และถูกสายเลือดตะวันตกผสมผสาน จนแทบเป็นชาวตะวันตกเต็มตัว ที่หัวใจไม่ผูกพันอะไรกับแดนตะวันออกอีกแล้ว

ตั้งแต่เล็กหลังจากที่ถูกขาย เขาเจอชาวตะวันออกแค่ไม่กี่ครั้ง ช้ำแต่ละครั้งล้วนเป็นพ่อค้าที่ผ่านมาแล้วก็จากไป ยิ่งหลังจากถูกพาไป'ที่นั้น' ก็เจอแค่คนเดียว มีเพียง'นาง'เท่านั้น

นอกจากจะเป็นชาวตะวันออกแล้ว นางยังเป็นชาวนิปปอนเหมือนกับเขาด้วย นางที่ยิ้มแย้มได้แม้กระทั่งอยู่ในสถานที่ที่ไม่ต่างจากนรก นางที่คอยให้กำลังใจ เล่าเรื่องราวต่างๆอย่างบทเพลงของกวีพเนจรที่ผ่านมาบ้างครั้ง เรื่องเล่าสนุกๆของพ่อค้าในขบวนคาราวานที่ผ่านมาแวะพักที่โอเอซิสของนายเก่าเธอ ไม่ก็เรื่องตลกที่เธอฟังจากทาสรุ่นพี่ที่เธอสนิทสนมยามอยู่ที่นั้น

ไม่เคยมีสักครั้งที่นางจะเล่าเกี่ยวกับบาดแผลมากมายบนตัวนาง หรือการถูกทารุณกรรมต่างๆ นางไม่เคยตัดพ้อต่อว่าโชคชะตา แม้แต่ยามที่นางเล่าถึงตอนที่ถูกครอบครัวขาย นางยังพูดอย่างดีใจว่า โชคดีที่พวกเขาไม่ขายนางให้หอนารี

นางเป็นคนที่เข้มแข็งยิ่งกว่าเขาที่เป็นบุรุษเสียอีก ถ้าไม่ได้นาง น่ากลัวว่าเขาคงทนไม่ไหวฆ่าตัวตายไปนานแล้ว

เคนชินเผลอจับผ้าผูกผมสีขาวเก่าๆที่ทั้งหมองทั้งเปื่อยจนเกือบขาด อย่างอาวรณ์ แล้วมองเด็กสาวตรงหน้า

คุณหนูของเขาวันนี้โดดเด่นเป็นพิเศษ ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม ผมเส้นสีน้ำตาลถูกแซมด้วยเครื่องประดับสีเงินที่ตกแต่งด้วยไพลินและพลอยสีฟ้า ชุดกระโปรงฟู่ฟ่องสีฟ้าปักด้วยด้ายเงินและไข่มุก รองเท้าบู๊ตหนังสีน้ำตาลที่ใส่ประจำกลายเป็นรองเท้าสีฟ้าส้นเตี้ยน่ารัก สร้อยประจำตระกูลถูกแขวนอยู่บนลำคอ แหวนเพชรสีน้ำเงินวงโปรดสวมอยู่บนนิ้ว สวยสง่าน่ารักสมเป็นท่านหญิงที่หนึ่งแห่งทวีปตะวันตก

“ไปกันเถอะ” เด็กสาวคว้าดาบประจำตัวที่ขัดจนเงาวับ เคนชินพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินตามนางไป

 

หอระฆังของมหาวิหารตีระฆัง 12 ครั้งบอกเวลาเที่ยงคืน ไฟทั้งเมืองดับวูบ ก่อนที่ไฟพระราชวังจะสว่างขึ้นโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด

ชายหนุ่มรูปงามผมสีทองเจิดจ้าราวแสงตะวันยามค่ำคืน ดวงตาสีแดงราวอาทิตย์อัศดง ราวเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์เสด็จลงมายังเดย์ทอน ก้าวมายังระเบียงข้างกายคือสาวงามผิวเหลืองชาวตะวันออก ดวงตาสีอำพันเชิดขึ้นดูโฉบเฉี่ยวสง่างามสมฐานะราชินี เรือนผมสีม่วงเข้มราวเส้นไหมเนื้อดีจากแดนตะวันออก ด้านหลังคือเหล่าขุนนางชั้นสูงของอาณาจักร มหาราชเฮลิออสกางม้วนถ้อยคำแถลงการณ์เตรียมเปิดงานเทศกาล

 

นี่นะเหรอ เหยื่อของเขา

เหลิงหู่มองเด็กสาวที่ยืนในหมู่ขุนนางชั้นสูงที่ได้รับคัดเลือกให้ติดตามมหาราชเฮลิออส ชายหนุ่มรูปงามผมทองราวเทพเจ้าแห่งแสงอาทิตย์ที่ยืนอยู่หน้าระเบียง คู่กับหญิงสาวชาวจงเย่ที่ให้อารมณ์เย่อหยิ่งสง่างามสมราชินี

นางเด่นสะดุดตาเหลือเกินเมื่อมายืนอยู่ท่ามกลางขุนนางชั้นสูงที่ล้วนแต่เป็นผู้ชายที่บรรลุนิติภาวะ ทำให้รู้สึกว่านางยังเด็กเหลือเกิน น่าแปลกที่ไม่รู้สึกขัดแย้งเลยสักนิด ราวกับว่านางเหมาะสมแล้วที่จะยืนอยู่ตรงนั้น

เอาเถอะ เห็นแก่ที่เป็นเด็กผู้หญิง เขาจะช่วยให้ไปสบายเร็วล่ะกัน

เหลิงหู่ปามีดสั้นเล่มหนึ่งใส่เด็กสาวจากมุมอับ โดยเป้าหมายคือท้ายทอยที่เปิดโล่งของนาง

“โอนิ!!!” เด็กสาวเบี่ยงตัวหลบเมื่อได้ยินเสียงตะโกนแต่ก็ไม่ไวพอ ทำให้มีดปักอยู่ที่ไหล่ซ้ายของนาง นางกลั้นเสียงร้องขณะดึงมีดออกมาปากลับมาทางเขา จนเขาเกือบเสียศูนย์หล่นจากที่ซ่อน

พวกทหารแตกตื่น รีบเข้ามาคุ้มกันขุนนางชั้นสูงที่เหลือ เด็กหนุ่มผมสีเงินคนหนึ่งเรียกเคียวยาวออกมาตั้งท่าสู้อยู่เบื้องหน้ามหาราชเฮลิออสกับราชินี ส่วนเหยื่อของเขาถูกพวกญาติๆประคองหลบเข้ามาอยู่ในวง เหลิงหู่ปามีดสั้นไปอีกครั้งคราวนี้เขาเอาจริง มีดนับสิบพุ่งไปอย่างเร็วและแรง ชนิดที่ไม่เคยมีใครรับหรือหลบทัน

ทว่า

ชายหนุ่มผมสีแดงใช้ดาบฟันมีดสั้นทุกเล่มหักเป็นสองท่อน ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเด็กสาว ดวงตาสีดำฉายแววโทสะจับจ้องไปที่ซ่อนของนักฆ่าที่อยู่ห่างออกไป

เคนชินสะบัดดาบปล่อยม่านพลังออกไป หลายคนมองเขาอย่างคนโง่ในตอนแรก เพราะไม่มีใครที่ปล่อยม่านพลังไปไกลถึงขนาดนั้นได้โดยที่พลังโจมตียังรุนแรงอยู่เว้นแต่อัศวินชั้นไดมอนด์ ซึ่งมีไม่ถึงสิบคนในอาณาจักร

แต่ต่อมาทุกคนก็ตกตะลึง

ม่านพลังขององครักษ์หนุ่มรุนแรงถึงขนาดทำลายหลังคาที่เหลิงหู่ซ่อนอยู่จนถล่มลงมาเป็นผุยผง บีบให้เขาต้องกระโดดลงมาเผชิญหน้ากับองครักษ์หนุ่มที่กำลังกราดเกรี้ยว

ไม่ทันที่เท้าจะแตะพื้น เคนชินพุ่งเข้าไปฟันนักฆ่าราวสายฟ้าแลบ เหลิงหู่ยกมีดสั้นขึ้นมากันดาบคาตาคานะอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะแทบทำให้แขนชา เหลิงหู่กวาดขาเตะหมายให้อีกฝ่ายล้ม แต่เคนชินใช้เท้ายันอีกฝ่ายถีบส่งตัวเองมาตั้งหลัก

เหลิงหู่ถูกแรงถีบของอีกฝ่ายจนเซไปข้างหลัง มีดสั้นเปลี่ยนไปเป็นดาบยาวสีดำสนิทราวฝันร้าย ก่อนพุ่งเข้าไปปะทะกับอีกฝ่าย

ดาบของทั้งคู่ปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ราวสายฟ้าฟาด รวดเร็วและรุนแรงจนคาดไม่ถึง สร้างความตกใจให้ทั้งคู่

เหลิงหู่เก็บความตื่นตระหนกและประหลาดใจไว้ใต้หน้ากาก เพราะครั้งก่อนๆที่เจอกัน เสื้อคลุมยาวทำให้เห็นรูปร่างไม่ชัดเจน แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายในชุดเสื้อคลุมยูกาตะสีแดงกับเสื้อผ้าแนบเนื้อที่เน้นความคล่องตัวแล้วทำให้เหลิงหู่เห็นรูปร่างอีกฝ่ายชัดเจน รวมถึงหน้าอกที่ราบเรียบนั้นด้วย

ผู้ชาย!?

เรื่องนี้แค่ทำให้เขาแปลกใจ แต่ที่อีกฝ่ายกลายมาเป็นองครักษ์ของเหยื่อเขา ช้ำยังฝีมือร้ายกาจขนาดนี้นี่สิ ทำให้เขาตื่นตะลึง ไม่เคยมีใครไล่ต้อนเขาได้ขนาดนี้ตั้งแต่วันที่เขาได้รับฉายานักฆ่าอันดับหนึ่ง ความเร็วที่คาดไม่ถึง และแรงที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากแขนผอมบางแบบนั้น น่ากลัวว่าถ้าเขาช้ากว่านี้สักหน่อย เขาคงแพ้ไปแล้ว

เคนชินเองก็แปลกใจไม่แพ้กัน นี่ไม่ใช่แรงและความเร็วสูงสุดของเขา แต่นี่เป็นการโจมตีที่เหนือกว่าคนปกติหลายเท่า เขาไม่เคยคิดว่าจะมีคนที่สามารถรับมือกับเขาขนาดนี้ได้

เหล่าทหารตอนนี้ได้แต่เพียงยืนมองการต่อสู้อย่างตกตะลึง แม้แต่อัศวินหรือนักรบระดับสูงก็ยังไม่มั่นใจว่าตนจะเข้าไปแทรกได้ พระอนุชาไดมัสยังคงตั้งท่าอยู่หน้ามหาราชเฮลิออส แต่ดวงตาเป็นประกาย ขณะมองดูการปะทะของยอดฝีมือ ที่มองเผินๆเป็นแค่เงาสีดำแดงแวบไปมา โดยมีเสียงดาบกระทบกันเป็นเพลงบรรเลง

"ถ้านับเฉพาะฝีมือดาบ เขาคงเป็นรองแค่ข้า" เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างชื่นชม ดวงตาสีดำจับจ้ององครักษ์หนุ่มอย่างไม่ละสายตา ทหารอยู่ใกล้ๆสูดลมหายใจลึกเมื่อได้ยินคำพูดของยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักร

ไม่ว่าใครต่างก็ยอมรับว่าทั้งคู่ต่างเป็นยอดฝีมือ แต่ยอดฝีมือด้วยกันต่างรู้ดีว่านักฆ่ากำลังจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

เหลิงหู่หอบหายใจอย่างหนัก ผ่านมากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับดูไม่เหนื่อยเลยสักนิดทั้งที่เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดขนาดนี้ แต่เขาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว ฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งเหลือเกิน อีกไม่นานเขาก็จะแพ้ แต่กระนั้นหัวใจกลับลิงโลด ร่างกายสั่นระริกด้วยความยินดี

เขาไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่เคยเจอคนที่มีฝีมือสูสีหรือทำให้เขาพ่ายแพ้มาก่อน นี้เป็นการต่อสู้ที่เขาฝันมาตลอด เขารักการต่อสู้ รักการประลอง รักเสียงอาวุธที่กระทบกันกังวาน รักเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลไม่ว่าของเขาหรือศัตรู รักแรงปะทะที่ถูกส่งมา รักความตื่นเต้นยามที่ได้ต่อสู้กับคนเก่งๆ ที่รักที่สุดคือยอดฝีมือที่ล้มเขาได้ เขารักพวกมันทั้งหมด

รู้ตัวอีกทีดาบของเขาถูกปัดกระเด็นไปไกลจากมือที่ชาจนขยับไม่ไหวแล้ว แล้วเขาก็ถูกฟันอย่างแรงจนลอยไปชนกำแพง ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่น่าสยดสยอง เสียงกระดูกหักนั้นเอง ทีนี้เขาก็หนีไปไหนไม่ได้แล้วสินะ

เขายังไม่ตาย อีกฝ่ายคงกะแรงไว้พอดี เพื่อที่เขาจะไม่ตายไปเสียก่อนที่จะเค้นอะไรออกจากปากเขาได้

คิ้วขวาเขาแตก ทำให้ตาขวาพร่าเลือน เหลิงหู่พยายามใช้ตาซ้ายเพ่งมองไปที่อีกฝ่ายที่เดินมาหาเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวหุ่นเชิด ได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารที่เข้ามาใกล้เพื่อจะจับกุมตัวเขาในฐานะนักฆ่าชั้นต่ำที่บังอาจลอบสังหารขุนนางใหญ่แห่งเดย์ทอน

"เจ้าชื่ออะไร.." อาจเ